Monthly Archives: ตุลาคม 2012

เกมคำปฏิญาณ

1.ชื่อเกม….. เกมคำปฏิญาณ
2.วัตถุประสงค์
….. 1.ให้สมาชิกรู้จักคำปฏิญาณของผู้บำเพ็ญประโยชน์
….. 2.เป็นการนำเข้าสู่บทเรียนเรื่องคำปฏิญาณ
3.จำนวนผู้เล่น….. ไม่เกิน 32 คน (4 หมู่)
4.สถานที่ ….. ในห้องหรือลาน
5.สื่อ-อุปกรณ์
….. 1.หนังสือพิมพ์หมู่ละ 2 ฉบับ
….. 2.กรรไกร กาว กระดาษ A43 แผ่น จำนวนหมู่ละ 1 ชุด
6.ระยะเวลา….. 10 – 15 นาที
7.วิธีเล่น
….. 1.สมาชิกแต่ละหมู่นั่งล้อมวงในหมู่ของตนเอง
….. 2.หัวหน้าหมวดเรียกหัวหน้าหมู่ แจกอุปกรณ์และหนังสือพิมพ์
….. 3.ให้สมาชิกหาภาพ ข่าว บทความ ที่เกี่ยวข้องกับคำปฏิญาณทั้ง 3 ข้อ ให้เวลา 7 นาที
….. 4.เมื่อสมาชิกหาครบตามกำหนด ให้นำเสนอทีละหมู่
8. กติกา –
9. สรุปเกม
….. 1.สมาชิกเข้าใจความหมายของคำปฏิญาณ และสามารถยกตัวอย่างได้
….. 2.สมาชิกในหมู่ร่วมกันทำกิจกรรม
….. 3.สมาชิกได้ปฏิบัติตามกฎข้อ 3, 4, 5, 7

บัณฑิตแพทย์รุ่นแรก ม.อุบลฯ จบหลักสูตร พร้อมลงพื้นที่รักษาผู้ป่วยเขตอีสาน

วิทยาลัยแพทยศาสตร์และการสาธารณสุข ม.อุบลราชธานี จัดงานวันรำลึกพระคุณอาจารย์ใหญ่ ประจำปี2555 เพื่อรำลึกพระคุณอาจารย์ใหญ่ที่ท่านได้อุทิศร่างกายให้นักศึกษาวิทยาศาสตร์การแพทย์ได้ศึกษาเรียนรู้ ในงานนี้ บัณฑิตแพทย์รุ่นแรกของมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ซึ่งจะเข้ารับพระราชทานปริญญาบัตรในช่วงเดือนธันวาคม 2555นี้ ได้ถือโอกาสเดินทางมาร่วมทำบุญในครั้งนี้ด้วย 
ถือว่าเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจกับบัณฑิตแพทย์รุ่นแรก ของมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี เรียนจบหลักสูตรและสามารถสอบOSCE (Objective Structured Clinical Evaluation) ผ่านทุกคน คิดเป็น 100%และทำงานในเขตภาคอีสานทุกคน
บัณฑิตแพทย์รุ่นแรก ม.อุบลฯ กลับมาให้ประสบการณ์รุ่นน้อง

รองศาสตราจารย์ นพ.ป่วน สุทธิพินิจธรรม คณบดีวิทยาลัยแพทยศาสตร์และการสาธารณสุข มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ได้กล่าวถึงความภาคภูมิใจในบัณฑิตแพทยศาสตร์ รุ่นแรกของมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ในครั้งนี้ว่า วิทยาลัยแพทยศาสตร์และการสาธารณสุข ก่อตั้งขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์สำคัญ เพื่อจะแก้ปัญหาการขาดแคลนแพทย์ในชุมชนโดยเฉพาะในเขตพื้นที่อีสานใต้ ซึ่งปัจจุบันในภาคอีสานแพทย์ 1 คน ดูแลประชากร 5,000 คน เมื่อเทียบกับในกรุงเทพฯ แพทย์ 1 คน ดูแลประชากร 600 กว่าคน จะเห็นว่าแพทย์ส่วนใหญ่จะกระจุกตัวอยู่ในเมืองใหญ่ๆ ดังนั้น วิทยาลัยแพทยศาสตร์และการสาธารณสุข มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี จะผลิตบัณฑิตแพทย์เพื่อมารับใช้ชุมชนในอีสานใต้ กระจายในพื้นที่อีสานทั้งหมด 50 คน ด้วยเหตุนี้จึงเกิดคณะแพทย์ในชนบท ในภาคอีสานก็จะมี 4 แห่ง ได้แก่ มหาวิทยาลัยขอนแก่น, มหาวิทยาลัยสารคาม ,มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี และ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี โดยจะรับนักศึกษาที่อยู่ในพื้นที่อีสาน มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ก็จะรับในนักศึกษาในเขตพื้นที่ 4จังหวัด ได้แก่ อุบลราชธานี ศรีสะเกษ ยโสธร อำนาจเจริญ จบแล้วก็ทำงานรับใช้ประชาชนในอีสานใต้

“ในส่วนของบัณฑิตรุ่นแรกของวิทยาลัยแพทย์ศาสตร์และการสาธารณสุข มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ในปีการศึกษา 2554มีผู้สำเร็จการศึกษาหลักสูตรแพทยศาสตร์บัณฑิต ของวิทยาลัยแพทยศาสตร์และการสาธารณสุข มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ทั้งหมด 50 คน ซึ่งจะเข้ารับพระราชทานปริญญาบัตรในช่วงเดือนธันวาคมนี้ บัณฑิตรุ่นแรกของเราสามารถผ่านการสอบ OSCE (Objective Structured Clinical Evaluation) ฝึกหัดความชำนาญในการเป็นแพทย์ หรือที่เคยเรียกกันว่า “ใบประกอบโรคศิลป์”ของแพทย์ ซึ่งมีการสอบ ส่วนด้วยกัน สามารถสอบผ่านทุกคน คิดเป็น 100%ถือได้ว่าหลักสูตรการเรียนการสอนของวิทยาลัยแพทยศาสตร์และการสาธารณสุข มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี มีความเป็นมาตรฐานและเป็นที่ยอมรับ และในขณะนี้วิทยาลัยแพทยศาสตร์และการสาธารณสุข กำลังก่อสร้างโรงพยาบาลขนาดจำนวน 112 เตียง คาดว่าจะแล้วเสร็จในอีก 3 ปี และก็จะมีเครื่องมืออุปกรณ์ต่าง ๆ พร้อมทั้งบุคลากรทางการแพทย์ที่จะมาประจำที่นี่ ในอนาคตวิทยาลัยแพทยศาสตร์และการสาธารณสุขจะเป็นแหล่งศึกษา วิจัย ในอีสานเช่น โรคพยาธิใบไม้ในตับที่พบกันมากในอีสาน และเราก็จะต้องไปพัฒนาต่อไป ต่อไปในอนาคตก็ต้องร่วมมือกันกับกระทรวงสาธารณสุขในการศึกษาค้นคว้าวิจัยถึงโรคในพื้นถิ่น และแก้ปัญหาโรคของคนภาคอีสาน

ขณะนี้เราเพิ่งจะเจริญเติบโตและปัจจุบันเริ่มมีแพทย์จบออกไปรับใช้ประชาชนในอีสานใต้จำนวน 50 คน คิดว่าคนเก่งในอีสาน ต้องเจริญเติบโตที่อีสาน และพัฒนาอีสาน เมื่อจะเปิด AECประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน เพราะฉะนั้นเราต้องเตรียมพร้อมวิทยาลัยแพทยศาสตร์และการสาธารณสุขเพื่อรองรับอาเซียนด้วย”

รองศาสตราจารย์ นพ.ป่วน สุทธิพินิจธรรม คณบดีวิทยาลัยแพทยศาสตร์และการสาธารณสุข กล่าวในช่วงท้าย และในส่วนของบัณฑิตแพทย์ ที่มาร่วมงานวันรำลึกพระคุณอาจารย์ใหญ่ได้กล่าวแสดงความรู้สึกและความภาคภูมิใจในครั้งนี้ด้วย

สำหรับ “นายแพทย์ณัฐพล ศรีดาพันธุ์” แพทย์ประจำโรงพยาบาลจังหวัดยโสธร ซึ่งเป็นบัณฑิตแพทย์รุ่นแรกของวิทยาลัยแพทย์ศาสตร์และการสาธารณสุข มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี กล่าวถึงอาจารย์ใหญ่ว่า ท่านเป็นบุคคลที่มีความสำคัญมากต่อการเรียนแพทย์ ช่วยในการเรียนรู้เกี่ยวกับร่างกายมนุษย์ทำให้รู้ถึงโรคและการรักษา สามารถนำความรู้ไปช่วยรักษาพี่น้องคนไทยได้
“อาจารย์ใหญ่ท่านเป็นผู้ที่มีพระคุณต่อเรามาก ขอขอบพระคุณท่านที่ทำให้เราได้มีความรู้ และขอระลึกถึงอาจารย์ใหญ่ทุกท่านที่ได้ให้ความรู้ต่อนักศึกษาแพทย์ทุกคน”

เช่นเดียวกับ “แพทย์หญิงเพชรลดา อินเนา” แพทย์ประจำโรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ จังหวัดอุบลราชธานี กล่าวว่า เป็นบัณฑิตแพทย์รุ่นแรกของวิทยาลัยแพทย์ศาสตร์และการสาธารณสุข มหาวิทยาลัยอุบลราชธานีจบไปแล้วก็ได้นำวิชาความรู้ที่ได้ศึกษามาดูแลประชาชนชาวอีสานใต้ตามเจตนารมของวิทยาลัยแพทย์ศาสตร์และการสาธารณสุข “ท่านอาจารย์ใหญ่ก็จะเรียนระบบกายวิภาคทั้งหมดของอาจารย์ใหญ่ กราบขอบพระคุณอาจารย์ใหญ่ทุกคนรวมถึงญาติ ๆ ที่อุทิศร่างกายเพื่อให้นักศึกษาแพทย์ได้ศึกษาและนำความรู้ไปรักษาประชาชนในภาคต่อไป”

“แพทย์หญิงพรนิภา สืบสารคาม” แพทย์ประจำโรงพยาบาลศูนย์ขอนแก่น กล่าวว่า ตนได้นำความรู้ที่เรียนไปใช้ในการทำงานอย่างเต็มที่ทุกอย่าง ต้องขอขอบคุณสถาบันที่นี่มาก และโรงพยาบาลสรรพสิทธิ์ประสงค์ที่เป็นที่ฝึกแพทย์ชั้นคลินิก ฝากถึงน้อง ๆ ทุกคนว่าให้ตั้งใจเรียนตั้งใจศึกษาหาความรู้ เพราะความรู้ที่เราได้ศึกษาเล่าเรียนจะจำเป็นในการรักษาคนไข้และประชาชนอย่างมาก “อยากให้น้องๆ นักศึกษาแพทย์ได้ศึกษาเล่าเรียนและนำความรู้ที่ได้มาใช้ในการรักษาประชาชน และขอขอบพระคุณท่านอาจารย์ใหญ่ ท่านเป็นอาจารย์ที่สำคัญมาก ถึงท่านจะไม่ได้มาสอนเรา แต่เราก็ได้เรียนรู้จากท่าน และท่านมีจิตกุศลที่ทำให้นักศึกษาแพทย์ทุกคน ได้เรียนรู้ในร่างของท่าน”

งานรำลึกพระคุณอาจารย์ใหญ่

ส่วน “แพทย์หญิงอุทัยวรรณ ภูมราพรรณ” แพทย์ประจำโรงพยาบาลอำนาจเจริญ กล่าวว่า ตอนเรียนนั้นไม่เครียดเท่าไหร่ แต่ในการทำงานเราต้องรับผิดชอบชีวิตของคนป่วยและมีความรับผิดชอบมากขึ้น และ ขอขอบพระคุณอาจารย์ใหญ่ ท่านเป็นบุคคลที่มีความสำคัญอย่างสูง ในการที่จะสอนเราให้รู้ถึงกายวิภาคความเป็นไปของร่างกายมนุษย์
“อาจารย์ใหญ่ท่านได้เสียสละร่างกายและให้นักศึกษาแพทย์ได้ศึกษาเล่าเรียนและนำความรู้ที่ได้มาใช้ในการรักษาประชาชน ขอขอบพระคุณท่านอย่างสูง และฝากถึงน้อง ๆที่กำลังเรียนฝากถึงว่าทุกอย่างมีแต่ละขั้นแต่ละก้าวอยู่แล้ว ขอให้ทุกคนทำทีละสเต็ป อย่างมีสติ และมีความสุขกับมัน ใช้ชีวิตอย่างมีความสุข แล้วจะประสบความสำเร็จ”

ปิดท้ายด้วย “แพทย์หญิงนฤพร นิลวรรณ์” แพทย์ประจำโรงพยาบาลยโสธร กล่าวว่า ตนรู้สึกดีใจมากที่แพทย์รุ่น 1 ที่จบออกมาและได้ทำงานกันทุกคนและได้สร้างชื่อเสียงให้บุคคลทั่วไปเป็นที่รู้จักและเป็นที่ยอมรับ สำหรับเพื่อนร่วมวิชาชีพเดียวกันก็ให้การยอมรับ โดยไม่มีการแบ่งแยกว่าเป็นแพทย์ที่จบจากมหาวิทยาลัยไหน เพราะเราเป็นวิชาชีพแพทย์ด้วยกันหมด

นี่คืออีกหนึ่งก้าวแห่งความภาคภูมิใจของบัณฑิตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ที่สามารถผลิตแพทย์ ออกมารับใช้ชุมชนในเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยยึดหลักตามคุณลักษณะบัณฑิตแพทย์ที่พึงประสงค์ ที่ว่าบัณฑิตแพทย์ของมหาวิทยาลัยอุบลราชธานีเป็นแพทย์ที่ดี มีคุณธรรม จริยธรรม สามัคคี มีความรู้ความสามารถในการประกอบวิชาชีพ สามารถประเมินตนเองและพัฒนา ในด้านความรู้ ทักษะ เจตคติ และมีคุณสมบัติตามเกณฑ์มาตรฐานผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมที่แพทยสภากำหนด มีความสามารถในการดำรงชีวิตในชุมชนและสังคมได้อย่างมีความสุข เป็นผู้มีสุขภาพดีทั้งร่างกายและจิตใจ มีความเป็นผู้นำและทักษะในการทำงานเป็นทีม เป็นผู้ใฝ่รู้และพัฒนาตนเองอยู่เสมอ มีจิตสำนึกในการให้บริการและคำนึงถึงผลประโยชน์ของผู้ป่วยเป็นหลัก มุ่งแก้ไขปัญหาด้านสุขภาพของชุมชน

โครงการ “กตัญญู อินโนเวชั่น ครั้งที่ 2”

Lay-on-web_KIA-2  Lay-on-web_KIA-3  Lay-on-web_KIA-4

…….เปิดรับผลงาน… โครงการ “กตัญญู อินโนเวชั่น ครั้งที่ 2” เชิญชวนโรงเรียนทุกสังกัดทั่วประเทศ ส่งผลงานครูที่สร้างสรรค์นวัตกรรมการสอน ผลิตสื่อที่ทันสมัยและมีคุณภาพ เพื่อสร้างอนาคตที่ดีให้กับเยาวชนของชาติ ทั้งประเภท บุคคลและกลุ่ม ส่งผลงานถึงวันที่ 31 ธ.ค.นี้ ได้ที่กองทุนกตัญญูเพื่อพัฒนา การศึกษาไทย บ.วลัยวิโรจน์ เพื่อสังคม (2553) จำกัด อาคาร ว.วิโรจน์ 89/1 ซ.รัชฎภัณฑ์ ถ.ราชปรารภ ข.มักกะสัน ข.ราชเทวี กทม. 10400 หรือ www.katanyu.com หรือโทร. 0-2660-8999.
ที่มา http://www.thairath.co.th/column/edu/activity/293001

โครงการประกวดสื่อดิจิทัลเพื่อการเรียนรู้ “อาเซียนศึกษา”

บริษัท อักษรเจริญทัศน์ อจท. จำกัด และ   เว็บไซต์ไทยกู๊ดวิวดอทคอม
โครงการประกวดสื่อดิจิทัลเพื่อการเรียนรู้ “อาเซียนศึกษา” 
————————–

1. หลักการและเหตุผล

การจัดการศึกษาในศตวรรษที่ 21 มีรูปแบบและระบบของการจัดการศึกษาที่มีการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว วิธีการจัดการเรียนรู้จึงต้องมีการปรับให้เหมาะสมโดยเน้นให้ผู้เรียนได้ลงมือปฏิบัติและทำงานเป็นทีม ครู-อาจารย์มีบทบาทเป็นโค้ชหรือผู้อำนวยความสะดวกในการเรียนรู้ (facilitator) ดังนั้น กระทรวงศึกษาธิการและสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานจึงได้กำหนดเป้าหมายของการปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สอง (พ.ศ. 2552 – 2561) โดยมุ่งสร้างความพร้อมของการจัดการศึกษายุคใหม่เน้นการพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษา การเรียนรู้ของคนไทย เพิ่มโอกาสทางการศึกษาและการเรียนรู้อย่างทั่วถึง เพื่อให้ประชาชนทุกคน ทุกเพศ ทุกวัยมีโอกาสเข้าถึงการศึกษาและเรียนรู้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต

ในปีพ.ศ. 2558 ประเทศไทยและประเทศต่างๆ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะเข้าสู่ประชาคมอาเซียน เพื่อเตรียมพร้อมรับสถานการณ์โลกที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ซึ่งการรวมตัวกันในภูมิภาคจะช่วยเพิ่มอำนาจต่อรองและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ประเทศไทยจึงต้องปรับตัวให้เท่าทันสถานการณ์ ให้สามารถรับมือกับความเปลี่ยนแปลงต่างๆ ที่เกิดขึ้นได้อย่างทันท่วงที การผนึกกำลังของอาเซียนซึ่งมีประเทศสมาชิก 10 ประเทศให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น ย่อมทำให้ประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้สามารถเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงและปัญหาท้าทายได้ดียิ่งขึ้น  และช่วยให้เสียงของอาเซียนมีน้ำหนักและมีอำนาจต่อรองในเวทีระหว่างประเทศมากขึ้นด้วย

ดังนั้น การจัดการศึกษาของประเทศไทยจึงต้องมีการเตรียมความพร้อมให้แก่ผู้เรียนให้มีคุณลักษณะสู่การเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพ สามารถติดต่อสื่อสารและอยู่ร่วมกันได้บนพื้นฐานของความเสมอภาคและผลประโยชน์ร่วมกันในการเสริมสร้างความมั่นคงในด้านเศรษฐกิจ การเมือง สังคมและวัฒนธรรมของภูมิภาคอาเซียน รูปแบบการจัดการเรียนรู้จึงจำเป็นต้องส่งเสริมให้ผู้เรียนมีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับประชาคมอาเซียน และเป้าหมายการรวมกลุ่มเป็นภูมิภาคอาเซียน โดยเชื่อมโยงกับกลุ่มสาระพื้นฐาน และสามารถนำสื่อการเรียนรู้ในรูปแบบของสื่อดิจิทัลเข้ามามีบทบาทในการจัดการเรียนการสอนให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ในมิติต่างๆ โดยเป็นตัวกลางในการถ่ายทอดความรู้ ความคิด ทักษะและประสบการณ์ให้แก่ผู้เรียน เพราะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะในห้องเรียน หรือในโรงเรียนเท่านั้น ผู้สอนและผู้เรียนสามารถเรียนรู้จากสื่อต่างๆ อย่างหลากหลาย สามารถเรียนรู้ได้ทุกเวลาและทุกสถานที่

บริษัท อักษรเจริญทัศน์ อจท. จำกัด และเว็บไซต์ไทยกู๊ดวิวดอทคอม ได้เล็งเห็นความสำคัญของการนำสื่อดิจิทัลมาใช้เป็นสื่อในการจัดการเรียนรู้ให้แก่ผู้เรียนจึงได้จัดโครงการนี้ขึ้น โดยมุ่งหวังให้เกิดการนำสื่อดิจิทัลไปเผยแพร่ในวงกว้างและก่อให้เกิดประโยชน์แก่วงการศึกษาต่อไป

2. วัตถุประสงค์

  1. เพื่อเป็นการส่งเสริมและสนับสนุนให้ครูผู้สอนสามารถผลิตสื่อดิจิทัลเพื่อนำมาใช้ในการจัดการเรียนรู้เกี่ยวกับอาเซียนศึกษาอย่างมีประสิทธิภาพ
  2. เพื่อตอบสนองนโยบายของรัฐบาลในการเร่งรัดพัฒนาเยาวชนไทยให้มีสมรรถนะที่สำคัญตามเป้าหมายการปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่ 2 (พ.ศ. 2552-2561) และการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน
  3. เพื่อสนับสนุนการพัฒนาวิชาชีพครูและเผยแพร่นวัตกรรมการสอนของครู ในระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร

3. กลุ่มเป้าหมาย

ครูผู้สอนทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ในระดับประถมศึกษา และมัธยมศึกษา

4. ระยะเวลาการดำเนินการ

กรกฎาคม 2555  – กุมภาพันธ์ 2556 Read the rest of this entry

Thailand Innovative Teachers Leadership Awards 2013


…….ปัจจุบันเทคโนโลยีสารสนเทศ ร่วมเข้ามีบทบาทในภาคการศึกษาอย่างมาก การพัฒนาทักษะความสามารถ ความคิดสร้างสรรค์ ในการนำเทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการเรียนการสอนและการสื่อสารนั้น จำเป็นต้องมีเวทีเพื่อการนำเสนอผลงานวิชาการ กิจกรรมโครงการ  “ Thailand  Innovative  Teachers Leadership Awards 2013 ”  ก้าวสู่ปีที่ 9 เป็นโครงการคัดเลือกครูระดับชั้นอนุบาล ประถมศึกษา และมัธยมศึกษาทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ทั่วประเทศ ที่มีผลงานวิชการด้านแผนการสอนร่วมกับเทคโนโลยี และนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ในการเรียนการสอนภายในชั้นเรียน

วัตถุประสงค์หลักของโครงการฯ
  • เพื่อกระตุ้นให้ครูไทย นำเทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการจัดการเรียนการสอนแก่นักเรียน เพื่อเกิดการเรียนรู้แก่เด็กไทย
  • เพื่อประกาศเกียรติคุณแก่ครูผู้นำนวัตกรรมด้านการเรียนการสอน
  • กระตุ้นให้บุคลากรครูในประเทศไทย หันมาสนใจในการพัฒนาแนวทางการสอนของตนมากยิ่งขึ้นเพื่อประโยชน์ของวงการศึกษาของประเทศไทย
เป้าหมายของโครงการฯ
  • สนับสนุนกิจกรรมด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ และนวัตกรรมเพื่อการเรียนการสอนสำหรับครูไทย โดยความร่วมมือระหว่าง สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ และโครงการเพื่อการศึกษา Microsoft Partners in Learning
  • เป็นเวทีเพื่อการเผยแพร่ และนำเสนอผลงานวิชการด้านนวัตกรรมเพื่อการเรียนการสอน โดยมีครูเข้าร่วมโครงการฯ ไม่น้อยกว่าปีละ 500 คน
  • สนับสนุนครูไทย ในการสร้างสรรค์ผลงานวิชาการ ด้านนวัตกรรมเพื่อการเรียนการสอนอย่างสร้างสรรค์ ในทุกกลุ่มสาระวิชาและทุกระดับช่วงชั้น
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
  • ค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมและกรอกใบสมัคร พร้อมดาวน์โหลดแบบการนำเสนอผลงานได้ที่  www.pil.in.thเลือก “โปรแกรมสำหรับครู”
  • ติดตามความคืบหน้ากิจกรรมและโครงการอย่างต่อเนื่องที่ แฟนเพจ Thailand Partners in Learninghttps://www.facebook.com/PILThailand
  • ติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่  ผู้บริหารโครงการฯ   หรือ  Email : ITLA2013@pil.in.th
 คุณสมบัติของครูผู้สมัคร
  • เป็นครูผู้สอนใน ระดับอนุบาล  ประถมศึกษา และมัธยมศึกษา   ในทุกกลุ่มสาระวิชา
  • เป็นครูไทย หัวใจไอที ที่มีผลงานวิชาการของตนเอง ในการสร้างสรรค์ และนำเทคโนโลยีสารสนเทศ บูรณาการ และหรือ มีส่วนร่วมในการบริหารการศึกษา และหรือการสอนทุกสาระการเรียนรู้  มีผลต่อการพัฒนาการศึกษาไทย ต่อเพื่อนครูและนักเรียน และวงการการศึกษาไทย  Read the rest of this entry