Monthly Archives: กรกฎาคม 2014

ระบบหมู่ของผู้บำเพ็ญประโยชน์

…….ระบบหมู่ของกิจกรรมผู้บำเพ็ญประโยชน์ เป็นระบบการทำงานที่สมาชิกทุกคนต้องปฏิบัติกิจกรรมร่วมกัน เหมือนกัน โดยมีหัวหน้าหมู่และรองหัวหน้าหมู่เป็นผู้นำ แต่ละหมู่จะมีเอกลักษณ์ที่เหมือนกันเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้
…..1. ความหมายและความสำคัญของระบบหมู่ ระบบหมู่คือ กลุ่มสมาชิกตั้งแต่ 4 – 8 คน (ไม่เกิน 8 คน) อยู่รวมกันเป็นหมู่ และทำกิจกรรมต่างๆร่วมกัน ในการทำงานแต่ละครั้งหัวหน้าหมวดจะเป็นที่ปรึกษา หัวหน้าหมู่จะเป็นผู้นำ และสมาชิกในหมู่สามารถแสดงความคิดเห็นร่วมกัน ซึ่งถือเป็นสิ่งที่สำคัญยิ่งของระบบหมู่
…..2. สัญลักษณ์ของหมู่ ในแต่ละหมู่มีสัญลักษณ์ที่ใช้เหมือนกัน ซึ่งบ่งบอกเอกลักษณ์การเป็นสมาชิกหมู่ และแตกต่างจากสัญลักษณ์ของหมู่อื่นๆ สัญลักษณ์เหล่านี้ทำให้สมาชิกเกิดความสามัคคีเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน และเห็นประโยชน์ของหมู่เป็นสำคัญสัญลักษณ์ที่แต่ละหมู่ใช้ประกอบด้วย
…..– ชื่อและสัญลักษณ์ประจำหมู่ สมาชิกในแต่ละหมู่จะเป็นผู้กำหนดขึ้น นิยมตั้งชื่อหมู่ตามชื่อดอกไม้ สมาชิกสามารถวาดภาพประกอบสัญลักษณ์ให้มีสีสันสวยงามได้ตามใจชอบ
…..– ถุงอุปกรณ์หมู่ (Patrol Equipment) ของใช้ต่างๆที่จำเป็นในการทำกิจกรรม เช่น มีด กรรไกร ดินสอ กาว ไม้บรรทัด ฯลฯ ของใช้เหล่านี้จะบรรจุอยู่ในถุงย่ามสีฟ้า เพื่อความสะดวกในการนำติดตัว สมาชิกตกแต่งให้สวยงามได้ แต่ละหมู่จะต้องนำถุงอุปกรณ์หมู่มาเรียนด้วยทุกครั้ง
…..– สมุดบันทึกประจำหมู่ (Patrol Log Book) เป็นสมุดที่ใช้บันทึกข้อมูลต่างๆ ได้แก่
……….• การมาเรียนและการขาดเรียนของสมาชิกในหมู่
……….• การแต่งกายของสมาชิกว่า สะอาด เรียบร้อย ครบถ้วนหรือไม่
……….• บันทึกกิจกรรมต่างๆที่ปฏิบัติในแต่ละคาบเรียนของหมู่
……….• กำหนดการนัดหมายงานของหมู่
……….• อื่นๆ ตามที่หัวหน้าหมู่เห็นสมควร
…..รูปแบบของปกของสมุดบันทึกประจำหมู่จะบอกหมวดที่ หมู่ ชื่อหมู่ รายชื่อหัวหน้าหมู่ รองหัวหน้าหมู่ สมาชิกในหมู่ หัวหน้าหมวดและผู้ช่วยหัวหน้าหมวด พร้อมทั้งวาดสัญลักษณ์ประจำหมู่ด้วย

ระบบการทำงานของหมู่
ระบบการทำงานของหมู่ ประกอบด้วย
…..1. หลักการทำงาน กิจกรรมผู้บำเพ็ญประโยชน์มีหลักการในการส่งเสริมประชาธิปไตย กิจกรรมนี้ดำเนินโดยสมาชิกทุกคน ทุกคนสามารถพูด สามารถแสดงออกได้เสมอ เช่น การเลือกเล่นเกม เพลง การทำความดี การทำกิจกรรมที่น่าสนใจ ฯลฯ สมาชิกของหมู่ทุกหมู่ในการทำกิจกรรมต่างๆจึงไม่ควรเกิน 8 คน
– วิธีการดำเนินงานมีดังนี้
…..• การประชุมหัวหน้าหมู่ คือ การประชุมหัวหน้าหมู่ทุกหมู่ของหมวดผู้บำเพ็ญประโยชน์ หัวหน้าหมวดจะเป็นประธานในที่ประชุมหัวหน้าหมู่ หัวหน้าหมู่ประชุมแล้วจะนำข้อตกลงแจ้งแก่ลูกหมู่ ที่ประชุมนี้หัวหน้าหมู่จะเป็นประธาน
…..• การประชุมลูกหมู่ หัวหน้าหมู่ให้ทุกคนได้มีการพูดคุย เสนอความคิด
แสดงเหตุผลในเรื่องต่างๆ เช่น เสนอว่าจะทำกิจกรรมอะไร ไปทำกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ที่ไหน ใครมีหน้าที่อะไร ฯลฯ
…..• การพบหมู่ แตกต่างจากการประชุมหมู่ เพราะจะนัดพบเฉพาะหมู่ของตนเอง เพื่อนัดหมายจะไปเที่ยว ไปว่ายน้ำ หรือไปทำกิจกรรมเพื่อทำเครื่องหมายแสดงความสามารถ การพบกันของสมาชิกจะประสบความสำเร็จ คือ การให้โอกาสทุกคนเป็นผู้นำ

บทบาทหน้าที่ของหัวหน้าหมู่และรองหัวหน้าหมู่
…..บทบาทหน้าที่ของหัวหน้าหมู่และรองหัวหน้าหมู่ ในแต่ละหมู่จะมีการเลือกหัวหน้าหมู่และรองหัวหน้าหมู่ ตามระบอบประชาธิปไตย การเลือกตั้งหัวหน้าหมู่ควรมีการสับเปลี่ยนให้สมาชิกคนอื่นมีโอกาสเป็นหัวหน้าหมู่และรองหัวหน้าหมู่ เพื่อเป็นการเปลี่ยนกันทำงาน และฝึกความรับผิดชอบในฐานะผู้นำ บทบาทของหัวหน้าหมู่และรองหัวหน้าหมู่มีดังนี้

บทบาทหน้าที่ของหัวหน้าหมู่ บทบาทหน้าที่ของรองหัวหน้าหมู่
1. บริหารงานในหมู่
2. ให้คำปรึกษาแก่สมาชิก
3. เป็นผู้นำในการประชุม
4. แบ่งงานให้สมาชิกทำ
5. เป็นตัวแทนในการประชุมกับหมู่อื่นๆ
6. แจ้งผลการประชุม
7. ช่วยเหลือสมาชิก
8. จดบันทึกเหตุการณ์ที่สำคัญๆของหมู่ ศึกษาบทบาทการทำหน้าที่ของหัวหน้าหมู่ช่วยเหลือหัวหน้าหมู่ในการดูแลสมาชิก และปฏิบัติหน้าที่เมื่อหัวหน้าหมู่ไม่อยู่

…..ระบบหมู่เป็นการฝึกให้สมาชิกผู้บำเพ็ญประโยชน์ได้ร่วมกันทำงานอย่างเป็นระบบ โดยยึดหลักประชาธิปไตย มีหัวหน้าหมู่และรองหัวหน้าหมู่เป็นผู้นำ มีการประสานงานกันเป็นอย่างดีทั้งในหมู่ของตนเองและหมู่อื่นๆ มีการร่วมแสดงความคิดเห็น การมีส่วนร่วมในการบริหารงานหมู่ตลอดจนการช่วยเหลือเกื้อกูลกัน

การเปิดชุมนุมของผู้บำเพ็ญประโยชน์

ข้อกำหนดการเข้าแถว
…..1. ทุกครั้งที่ก้าวเดิน จะต้องก้าวเท้าซ้ายก่อนเสมอ
…..2. ทุกครั้งที่เรียกแถว ให้ผู้เรียกยืนห่างจากผู้เรียก 3 ก้าวเสมอ
…..3. เมื่อสมาชิกมาถึงแถวต้องอยู่ใน “ท่าตรง” และตามด้วยท่า “ตามระเบียบพัก” เสมอ

gg01…..ท่าตามระเบียบพัก คือ การแยกเท้าซ้ายออกไปด้านข้างห่างจากเท้าขวาประมาณ 1 ฟุต ยืนตัวตรง แขนทั้งสองไขว้หลังให้เสมอระดับเอว มือขวาจับข้อมือซ้าย ให้น้ำหนักตัวอยู่ตรงกลาง ตามองตรงไปข้างหน้า

gg02ท่าตรง ถ้าอยู่ในท่า “ตามระเบียบพัก” เวลาสั่ง “ตรง” ให้เท้าซ้ายชิดเท้าขวา ปล่อยมือ ฝ่ามือทั้งสองแนบลำตัวท่าตรง

การเข้าแถวรูปเกือกม้า มีดังนี้
…..1. หัวหน้าหมวดสั่ง “หัวหน้าหมู่เข้าแถว ทำ” (อาจจะใช้สัญญาณมือหรือสัญญาณนกหวีดแทนได้) ให้หัวหน้าหมู่วิ่งมาเข้าแถวหน้ากระดานเรียงหนึ่งหน้าผู้เรียก ให้หมู่ที่ 1 ห่างจากผู้เรียก 3 ก้าว ชิดเท้าตรงแล้วอยู่ในท่า “ตามระเบียบ พัก” (ระยะห่าง เมื่ออยู่ในท่า”ตามระเบียบ พัก” ศอกต้องชิดกัน)
…..2. หัวหน้าหมวดสั่ง “ลูกหมู่เข้าแถวต่อหลังหัวหน้าหมู่ ทำ”(อาจจะใช้สัญญาณมือหรือสัญญาณนกหวีดแทนได้) ลูกหมู่วิ่งมาเข้าแถวตอนลึกต่อหลังหัวหน้าหมู่ของตน ชิดเท้าตรงแล้วอยู่ในท่า “ตามระเบียบ พัก” (ระยะห่างจากคนหน้า 1 ช่วงแขน หมู่ 2,3,4 ต้องชำเลืองขวาดูระยะห่างและต้องตรงคอคนหน้าด้วย)
…..3. หัวหน้าหมวดสั่ง “ทั้งหมด ตรง” ทุกคนยืนตรง
…..4. หัวหน้าหมวดสั่ง “ขยายแถวรูปเกือกม้า ทำ” ทุกคนย่ำเท้า หมู่ที่ 1 และหมู่ที่ 4 เดินเลี้ยวออกไปสวนกันขึ้นมาตั้งแถวใหม่ หมู่ที่ 2 ตามหลัง หมู่ที่ 1 หมู่ที่ 3 ตามหลังหมู่ที่ 4 ให้ทุกคนย่ำเท้าจนกว่าหัวหน้าหมวดจะสั่ง “จัดระยะ ทำ” ทุกคนหันหน้าเข้าวงทันทีแต่ยังคงย่ำเท้าและจัดระยะให้เป็นรูปเกือกม้า
…..5.หัวหน้าหมวดสั่ง “แถว-หยุด” ทุกคนย่ำเท้าต่ออีก 2 จังหวะและหยุดพร้อมกัน

วิธีเลิกแถวรูปเกือกม้า
…..หัวหน้าหมวดสั่ง “เลิกแถว ทำ” ให้ทุกคนก้าวเท้าซ้ายไป 1 ก้าว ชิดเท้าขวาตาม ทำความเคารพ แล้วถอยหลัง 2 ก้าว โดยเริ่มออกเท้าซ้าย เท้าขวา และเท้าซ้ายชิด

การเปิดชุมนุมของผู้บำเพ็ญประโยชน์
……..ขั้นตอนการดำเนินกิจกรรมจะเริ่มจาก การให้สมาชิกเข้าแถวรูปเกือกม้า ผู้ช่วยหัวหน้าหมวดและคนอื่นเข้าแถวหน้ากระดานหลังเสาธงชาติ การออกมาเชิญธงชาติมี 2 วิธี
วิธีที่1 การออกมาเชิญธง โดยออกจากข้างหลังแถวรูปเกือกม้า
…..1. เมื่อหัวหน้าหมวด สั่งขยายแถวรูปเกือกม้าเสร็จแล้ว ให้หัวหน้าหมวดยืนเยื้องไปทางขวาของเกือกม้า เมื่อหัวหน้าหมวดสั่ง “หมู่เชิญธง เตรียมเชิญธงชาติ ทำ” ให้หมู่เชิญธง ตรง ก้าวไปข้างหน้า 1 ก้าว ถอยหลัง 1 ก้าว ซ้ายหัน หรือขวาหัน ออกมา ( แล้วแต่จะยืนข้างไหนของเกือกม้า เดินออกมา ยืนห่างจากเสาธง 2 ก้าว พร้อมที่จะเชิญธง )
…..2. หัวหน้าหมวดสั่ง “ เคารพธงชาติ ทั้งหมด แถว ตรง ” มีผู้นำร้องเพลงชาติ สมาชิกทุกคนร้องเพลงชาติพร้อมกับแสดงความเคารพ เมื่อเพลงจบให้หมู่เชิญธงผูกธง แล้วก้าวถอยหลัง 1 ก้าว ทำความเคารพพร้อมกัน ทุกคนในแถวลดมือลงพร้อมผู้เชิญธง ผู้เชิญธง ซ้ายหัน หรือขวาหัน กลับเข้าที่เช่นเดียวกับเมื่อออกมา
…..3. หัวหน้าหมวดสั่ง “เตรียม สวดมนต์” ผู้บำเพ็ญประโยชน์นำสวดมนต์ ( ทุกคนถอดหมวกด้วยมือขวา พนมมือ โดยใช้นิ้วหัวแม่มือซ้ายอยู่ในหมวก หน้าหมวกอยู่ด้านบน )
…..4. หัวหน้าหมวดสั่ง “สงบนิ่ง ระลึกถึงผู้มีพระคุณและผู้ก่อตั้งกิจการผู้บำเพ็ญประโยชน์” ทุกคนยังจับหมวกด้วยมือซ้ายตรงหน้าหมวก ให้มือขวาทับมือซ้าย
…..5. หัวหน้าหมวดสั่ง “ตามระเบียบ พัก” แล้วเดินไปยืนตรงกลางหน้าเสาธง หัวหน้าหมวดสั่ง “คติพจน์ประจำวัน” ผู้ได้รับมอบหมายก้าวออกมา 1 ก้าว กล่าวคติพจน์แล้วถอยหลังกลับที่เดิม  ถ้าหัวหน้าหมวดมีเรื่องแจ้งหรือแนะนำก็กล่าวในตอนนี้ จากนั้นสั่ง “เลิกแถว ทำ” ทุกคนเลิกแถวรูปเกือกม้าโดยก้าวซ้ายไปข้างหลัง 1 ก้าว ชิดเท้าขวาตาม ทำความเคารพ หัวหน้าหมวดรับความเคารพ แล้วถอยหลัง 2 ก้าว โดยเริ่มจากเท้าซ้าย เท้าขวา และเท้าซ้ายชิดแยกแถวออกไป
…….(หมายเหตุ) ในกรณีมีกองเกียรติยศ ผู้เป็นกองเกียรติยศยืนตรงในขณะที่เชิญธงชาติ

การจัดหมวดหมู่ของผู้บำเพ็ญประโยชน์

การจัดหมวดหมู่ของผู้บำเพ็ญประโยชน์
…….กิจกรรมผู้บำเพ็ญประโยชน์ เป็นกิจกรรมใช้ระบบหมู่เป็นหลักในการดำเนินกิจกรรมดังนั้น เมื่อนักเรียนสมัครเป็นสมาชิกผู้บำเพ็ญประโยชน์ จึงต้องมีการจัดหมวดหมู่ของตนเอง ซึ่งการจัดกิจกรรมให้เกิดหมวดหมู่ โดยความสมัครใจของสมาชิก นิยมใช้กิจกรรมการสร้างความคุ้นเคย กิจกรรมกลุ่มสัมพันธ์ในหมู่สมาชิก เพื่อให้เกิดความรู้จักคุ้นเคย สนิทสนมกัน และเป็นการละลายพฤติกรรมให้สามารถปรับตัวเข้ากับเพื่อน ๆ ทุกคนได้อย่างมีความสุขลักษณะการจัดหมวดหมู่ของผู้บำเพ็ญประโยชน์ หากเป็นหมวดผู้บำเพ็ญประโยชน์รุ่นนกน้อยคือ ระดับอนุบาล จะมีสมาชิกจำนวนอย่างน้อย 8 คน และไม่เกิน 16 คน สมาชิกในหมู่รวมทั้งหัวหน้าหมู่และรองหัวหน้าหมู่ ไม่เกิน 6 คน หมวดผู้บำเพ็ญประโยชน์รุ่นนกสีฟ้ามีสมาชิกอย่างน้อย 12 คนหรือ 2 หมู่ อย่างมากไม่เกิน 24 คน หรือ 4 หมู่ สมาชิกในหมู่รวมทั้งหัวหน้าหมู่และรองหัวหน้าหมู่ ไม่เกิน 6 คน และสำหรับหมวดผู้บำเพ็ญประโยชน์ รุ่นกลางและรุ่นใหญ่มีสมาชิกอย่างน้อย 16 คนหรือ 2 หมู่ อย่างมากไม่เกิน 32 คนหรือ 4 หมู่ สมาชิกในหมู่รวมทั้งหัวหน้าหมู่และรองหัวหน้าหมู่ ไม่เกิน 8 คน

วิธีการคัดเลือกหัวหน้าหมู่และรองหัวหน้าหมู่
…….การคัดเลือกหัวหน้าหมู่และรองหัวหน้าหมู่ดำเนินการตามแบบประชาธิปไตยโดยสมาชิกในหมู่เสนอชื่อเพื่อนในหมู่อย่างน้อย 2 คน เป็นหัวหน้าหมู่และรองหัวหน้าหมู่ โดยมีการลงคะแนน ผู้ที่ได้คะแนนเสียงสนับสนุนมากที่สุดเป็นหัวหน้าหมู่ ส่วนคนที่ได้คะแนนรองลงมาจะเป็นรองหัวหน้าหมู่ ซึ่งหัวหน้าหมู่และรองหัวหน้าหมู่ปฏิบัติหน้าที่ดูแลสมาชิกในหมู่และประสานงานกับหัวหน้าหมวด

 วิธีการตั้งชื่อหมู่
…….กิจกรรมผู้บำเพ็ญประโยชน์นิยมตั้งชื่อของหมู่เป็นดอกไม้ เช่น หมู่ดอกมะลิ หมู่ดอกบานบุรี หมู่ดอกแก้ว หมู่ดอกบานเช้าเหลือง ทั้งนี้เพราะกิจกรรมผู้บำเพ็ญประโยชน์เป็นกิจกรรมสำหรับเยาวสตรี ดังนั้นชื่อของหมู่จึงนิยมใช้ชื่อดอกไม้ซึ่งเป็นสิ่งที่สวยงาม น่ารักและสดชื่น สดใสเหมือนสมาชิกผู้บำเพ็ญประโยชน์ทุกคน

หมวดผู้บำเพ็ญประโยชน์ รุ่นนกน้อย
1. ให้มีสมาชิกจำนวนอย่างน้อย 8 คน และไม่ควรเกิน 16 คน
2. สมาชิกในหมู่รวมทั้งหัวหน้าหมู่และรองหัวหน้าหมู่ ไม่เกิน 6 คน

หมวดผู้บำเพ็ญประโยชน์ รุ่นนกสีฟ้า
1. ให้มีสมาชิกอย่างน้อย 12 คน หรือ 2 หมู่ อย่างมากไม่เกิน 24 คน หรือ 4 หมู่
2. สมาชิกในหมู่รวมทั้งหัวหน้าหมู่และรองหัวหน้าหมู่ ไม่เกิน 6 คน

หมวดผู้บำเพ็ญประโยชน์ รุ่นกลางและรุ่นใหญ่
1. ให้มีสมาชิกอย่างน้อย 16 คน หรือ 2 หมู่ อย่างมากไม่เกิน 32 คน หรือ 4 หมู่
2. สมาชิกในหมู่รวมทั้งหัวหน้าหมู่และรองหัวหน้าหมู่ ไม่เกิน 8 คน

หมวดผู้บำเพ็ญประโยชน์
• ต้องมีหัวหน้าหมวดซึ่งผ่านการฝึกอบรมตามหลักสูตรของผู้บำเพ็ญประโยชน์และมีใบอนุญาตให้เปิดหมวด
• ในหมวดหนึ่ง ๆ ให้มีผู้ช่วยหัวหน้าหมวดไม่เกินหมวดละ 2 คน
• การเปิดหมวด ต้องขออนุญาตต่อผู้บังคับบัญชาของสถานศึกษานั้น ๆ และให้คณะกรรมการจังหวัดหรือสมาคมผู้บำเพ็ญประโยชน์ ฯ ทราบ

หมู่ คือ กลุ่มของสมาชิกที่แบ่งมาจากหมวด กลุ่มละเท่า ๆ กัน
1. ในหมวดนกน้อย หมู่หนึ่งให้มีสมาชิก 4 – 6 คน เป็นอย่างมาก
2. ในหมวดนกสีฟ้า หมู่หนึ่งให้มีสมาชิก 6 คน เป็นอย่างมาก
3. ในหมวดผู้บำเพ็ญประโยชน์รุ่นกลาง รุ่นใหญ่ หมู่หนึ่ง ๆ ให้มีสมาชิกได้เพียง 8 คน เป็นอย่างมาก
4. แต่ละหมู่ให้มีสัญลักษณ์ประจำหมู่
5. หัวหน้าหมู่และรองหัวหน้าหมู่ของนกสีฟ้า ให้หัวหน้าหมวดเป็นผู้แต่งตั้ง
6. หัวหน้าหมู่และรองหัวหน้าหมู่ของผู้บำเพ็ญประโยชน์รุ่นกลาง รุ่นใหญ่ ให้เป็นการเลือกกันเองในหมู่และนำเสนอให้หัวหน้าหมวดแต่งตั้ง

การประชุมหัวหน้าหมู่ (Court of Honour)
1. เป็นการประชุมหัวหน้าหมู่ซึ่งเป็นตัวแทนของแต่ละหมู่ในหมวดผู้บำเพ็ญประโยชน์ รุ่นกลาง รุ่นใหญ่ กับหัวหน้าหมวด และผู้ช่วยหัวหน้าหมวด เพื่อวางแผนงานต่างๆในหมวดและเท่ากันเป็นการแบ่งและสอนหน้าที่ความรับผิดชอบให้กับหัวหน้าหมู่
2. ต้องทำกันอย่างสม่ำเสมออย่างน้อยที่สุดเดือนละ 1 ครั้ง ถ้าอยู่ในค่ายพักแรมให้ทำทุกวัน
3. หัวหน้าหมวดหรือผู้ช่วยหัวหน้าหมวด คือ ประธานในที่ประชุมทุกครั้ง จัดให้หัวหน้าหมู่เป็นเลขานุการ ผู้จับเวลาในการประชุม จุดมุ่งหมายในการประชุมหัวหน้าหมู่ คือ ให้โอกาสแก่สมาชิกในการช่วยในการฝึกต่างๆ ตามหลักสูตร การแข่งขันทำเครื่องหมายแสดงความสามารถ การใช้จ่ายในหมวด การหารายได้เข้าหมวด เป็นต้น งานเหล่านี้ในหมวดต้องให้สมาชิกในหมวดรู้เห็นและเห็นชอบด้วย

การประชุมลูกหมู่ (Patrol in Council)
1. คือ การที่หัวหน้าหมู่ผู้บำเพ็ญประโยชน์รุ่นกลาง หรือรุ่นใหญ่ ประชุมสมาชิกในหมู่ของตนเพื่อทราบแผนงานของการประชุมหัวหน้าหมู่ หรือสมาชิกในหมู่จะมาประชุมเพื่อให้หัวหน้าหมู่นำข้อเสนอของหมู่เข้าสู่ที่ประชุมหัวหน้าหมู่
2. ต้องทำกันก่อนหรือหลังการประชุมหัวหน้าหมู่เสมอ
3. หัวหน้าหมู่หรือรองหัวหน้าหมู่ คือ ประธานในที่ประชุมทุกครั้ง

เอกสารที่ใช้ในหมวด
1. ใบสมัครเป็นสมาชิกผู้บำเพ็ญประโยชน์ ซึ่งมีผู้ปกครองอนุญาต
2. สมุดทะเบียนของหมวด ระบุเลขที่สมาชิก ชื่อ นามสกุล วัน เดือน ปี เกิด อายุ บ้านเลขที่ หมายเลขโทรศัพท์ ชื่อโรงเรียน ชั้นเรียน วันเข้าเป็นสมาชิก วันปฏิญาณตน วันทดสอบระดับต่าง ๆ วันรับเครื่องหมายพิเศษต่างๆ และวันจำหน่าย
3. สมุดบัญชีรับ – จ่ายเงิน ต้องมีกรรมการในหมวดที่ได้จากการประชุมหัวหน้าหมู่ลงนามกำกับทุกครั้งที่มีการรับและจ่ายเงิน
4. สมุดโครงการฝึก ต้องทำโครงการฝึกสมาชิกในหมวดทั้งระยะสั้นและระยะยาว และมีสมุดบันทึกการสอน บันทึกรายวิชาและกิจกรรมทุกครั้ง
5. เอกสารประเมินผลการทดสอบแต่ละรายวิชา
6. สมุดบันทึกประวัติของหมวด

เอกสารที่ใช้ในหมู่
1. สมุดเรียกชื่อ และเก็บเงินของหมู่ หัวหน้าหมู่ต้องบันทึกทุกครั้งที่เกี่ยวกับการฝึกและขาดฝึกของสมาชิกในหมู่ และนำสมุดส่งคืนหัวหน้าหมวด ให้หัวหน้าหมวดเป็นผู้เก็บ
2. สมุดบันทึกการปฏิบัติงาน “การทำความดี” ของหมู่

การยุบหมวด
1. หัวหน้าสถานศึกษาเป็นผู้สั่งยุบหมวด ตามข้อเสนอของผู้ตรวจการฝึก ในกรณีที่มีหมวดผู้บำเพ็ญประโยชน์ในสถานศึกษา
2. ผู้ตรวจการฝึกเป็นผู้สั่งยุบหมวด ตามความเห็นชอบของคณะกรรมการจังหวัด หรือกรรมการอำนวยการของสมาคม ฯ
3. การยุบหมวดจะทำในกรณีดังต่อไปนี้
– สถานที่ที่เป็นที่ตั้งหมวดผู้บำเพ็ญประโยชน์เลิกล้ม หรือปรากฏว่าสถานที่นั้นเป็นที่ไม่สมควร
– หัวหน้าหมวดได้ทำการฝึกอบรมผู้บำเพ็ญประโยชน์ไม่ตรงตามหรือขัดต่อ หลักการและวัตถุประสงค์ของสมาคมผู้บำเพ็ญประโยชน์ ฯ
– สมาชิกผู้บำเพ็ญประโยชน์ในหมวดร่วมกันประพฤติชั่ว เป็นเหตุให้เกิดความเสื่อมเสียชื่อเสียงของสมาคม ฯ
– จำนวนหัวหน้าหมวด และสมาชิกผู้บำเพ็ญประโยชน์ไม่พอที่จะดำรงหมวดต่อไปได้
– เมื่อมีการยุบหมวดให้โอนทรัพย์สินให้กับสถานศึกษานั้น ๆ หรือโอนให้กับสมาคมผู้บำเพ็ญประโยชน์ ฯ

สรุป
…….การจัดหมวดหมู่ผู้บำเพ็ญประโยชน์ เป็นการจัดหมวดหมู่ให้สมาชิกมีกลุ่มของตนเพื่อการทำกิจกรรมต่างๆ เป็นระบบหมู่ เพื่อเป็นการกระทำร่วมกัน ช่วยเหลือ และเสียสละเพื่อหมู่คณะ การกระทำหรือไม่กระทำการใดๆ จึงต้องคำนึงถึงหมู่ของตนเอง

 

โปรแกรมที่ใช้ในการจัดกิจกรรมผู้บำเพ็ญประโยชน์

1.การบำเพ็ญประโยชน์ (GIVING SERVICE)
…….โปรแกรมนี้จะช่วยเส่วงเสริมและสนับสนุนให้เด็กผู้หญิงและเยาวสตรีได้เรียนรู้ เกี่ยวกับกิจการผู้บำเพ็ญประโยชน์ (GIRL GUIDING) ได้ฝึกฝนทักษะต่าง ๆ ให้เป็นผู้ที่ช่วยเหลือผู้อื่นเสมอ แสดงความเมตตากรุณา เพื่อให้ไปบำเพ็ญประโยชน์ต่อครอบครัว ชุมชน และสังคม “การทำความดีอย่างน้อยวันละหนึ่งครั้ง เป็นการบำเพ็ญประโยชน์อย่างหนึ่ง”

2.การเป็นพลเมืองดี (CITIZENSHIP)
…….โปรแกรมนี้จะช่วยให้เด็กผู้หญิงและเยาวสตรีได้ฝึกฝนตนเองให้เป็นพลเมืองที่ดีมีความรับผิดชอบ โดยการปฏิบัติหน้าที่ต่อโรงเรียน ชุมชน และประเทศชาติด้วยความเต็มใจ และปฏิบัติตามคำปฏิญาณ และกฎของผู้บำเพ็ญประโยชน์

3.วัฒนธรรมและมรดกของชาติ(CULTURE AND HERITAGE)
…….โปรแกรมนี้จะช่วยให้เด็กผู้หญิงและเยาวสตรีมีความรู้ ความเข้าใจ และความภาคภูมิใจในวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณี ความเชื่อ และมรดกของชาติ พร้อมที่จะอนุรักษ์และช่วยเผยแพร่สิ่งที่ดีงามนี้แก่ผู้อื่น

4.สิ่งแวดล้อม (ENVIRONMENT)
…….โปรแกรมนี้จะช่วยส่งเสริมและสนับสนุนให้เด็กผู้หญิง และเยาวสตรีได้ทำกิจกรรมต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับธรรมชาติ และ สิ่งแวดล้อม การพัฒนา การนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์และการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

5.การอยู่ร่วมกับผู้อื่น (RELATIONSHIPS)
…….โปรแกรมนี้ช่วยให้เด็กผู้หญิงและเยาวสตรีได้รู้จักตนเองและรู้จักผู้อื่น โดยการเป็นมิตรและเรียนรู้การทำงานร่วมกับ ผู้อื่น โดยกระบวนการของระบบหมู่

6.สุขภาพ (HEALTH)
…….โปรแกรมนี้จะช่วยเตรียมตัวให้เด็กผู้หญิงและเยาวสตรีมีสุขภาพดี สติปัญญาเฉลียวฉลาด มีอารมณ์มั่นคงและรู้จักปรับตัวเข้ากับผู้อื่นและสังคมได้เป็นอย่างดี

7.ประสบการณ์นานาชาติ (INTERNATIONAL UNDERSTANDING)
…….โปรแกรมนี้จัดขึ้นเพื่อให้เด็กผู้หญิงและเยาวสตรีได้มีประสบการณ์นานาชาติ และมีความเข้าใจและยอมรับความแตกต่างระหว่างบุคคลซึ่งมีพื้นฐาน วิถีชีวิตและวัฒนธรรมที่แตกต่างกัน โดยการส่งเสริมและสนับสนุนให้ทำงานร่วมกันได้อย่างสันติ
เด็กหญิงและเยาสตรีจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับวัฒนธรรมนานาชาติ ภาษาต่างประเทศ กิจกรรมผู้บำเพ็ญประโยชน์ของประเทศต่างๆ เรื่องเกี่ยวกับองค์การผู้บำเพ็ญประโยชน์แห่งโลก ภูมิภาคเอเซียแปซิฟิคและสายใยแห่งความสัมพันธ์ของสมาชิกผู้บำเพ็ญประโยชน์ ทั่วโลก

8.เทคโนโลยี (TECHNOLOGY)
…….โปรแกรมนี้ช่วยให้เด็กผู้หญิงและเยาวสตรีได้เรียนรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยี มีทักษะและสามารถนำเทคโนโลยีมาใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างเหมาะสม

9.ครอบครัว (FAMILY LIFE)
…….โปรแกรมนี้จะทำให้เด็กผู้หญิงและเยาวสตรีทราบและเข้าใจบทบาทความรับผิดชอบและหน้าที่ของตนเองที่มีต่อครอบครัว ความสัมพันธ์และภาคภูมิใจในการเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว

10.วิสัยทัศน์ (MY VISION)
…….โปรแกรมนี้จัดขึ้นเพื่อให้เด็กผู้หญิงและเยาวสตรีได้มีโอกาสค้นคว้าหาความต้องการ ความสามารถ ความสนใจ วิสัยทัศน์ของตนเอง และได้เรียนรู้ทักษะใหม่ต่างๆ เพื่อเตรียมตัวเองให้สามารถตัดสินใจที่จะเลือกอาชีพที่ตนเองถนัดและต้องการได้ในอนาคต

ประวัติกิจการผู้บำเพ็ญประโยชน์ไทย

…….กิจกรรมผู้บำเพ็ญประโยชน์เริ่มขึ้นจากการที่นางสาวกนก สามเสน (ปัจจุบัน คือ ดร.คุณหญิงกนก สามเสน วิล ) ได้ไปดูงานและเยี่ยมชมกิจการของ The Girl Scouts Association of U.S.A ที่นครนิวยอรค์ เนื่องในโอกาสเข้าร่วมสัมมนากับ Committee of Correspondence เมื่อ พ.ศ. 2499
…….จากความประทับใจในกิจกรรมการทำงานของคณะกรรมการและเจ้าหน้าที่ การที่ได้พบเห็น Girl Scouts เป็นบุคคลที่คล่องแคล่ว มีบุคลิกภาพดี และแต่งตัวเก๋ ท่านจึงเห็นว่ากิจกรรมนี้เป็นกิจกรรมที่เหมาะสมกับเด็กผู้หญิงเป็นอย่างยิ่ง เมื่อกลับมาเมืองไทย คุณหญิงกนก ซึ่งเป็นกรรมการของสมาคมสตรีอุดมศึกษาสมัยนั้นได้รับอาสาเป็นผู้ดำเนินงานกลุ่มผู้บำเพ็ญประโยชน์ สโมสรปรียา เครือหนังสือพิมพ์สตรีสาร ซึ่งมีการชุมนุมที่สมาคมสตรีอุดมศึกษา ถนนรองเมือง กรุงเทพฯ หลังจากที่มีกิจกรรมไป 3-4 ครั้งก็ได้นำเรื่องราวที่พบเห็น มาเล่าให้สมาชิกกลุ่มผู้บำเพ็ญประโยชน์ฟัง สมาชิกให้ความสนใจมาก มีความกระตือรือร้นที่จะรับการฝึกบ้าง ท่านจึงได้นำเรื่องราวทั้งหมดปรึกษากับคุณนิลวรรณ ปิ่นทอง และคณะกรรมการสมาคมสตรีอุดมศึกษา ขณะนั้นมีอาจารย์สมัยสวาท พงศ์ทัต เป็นนายกสมาคม ทุกคนไม่ขัดข้องจึงได้ติดต่อไปยัง Committee of Correspondence ให้ช่วยหาเอกสารให้ องค์การนี้จึงติดต่อไปยัง Girl Scouts of U.S.A. ภายในสองสัปดาห์ ก็ได้รับหนังสือคู่มือต่างๆ ขณะเดียวกัน Girl Scouts of U.S.A. ได้แจ้งองค์กรผู้บำเพ็ญประโยชน์แห่งโลก หรือ The World Association of Girl Guide and Girl Scouts ให้ทราบด้วย
…….เดือนมีนาคม ปี 2500 องค์การโลกได้ส่ง Miss Mildred Mode ปัจจุบันคือ Mrs. Mildred Owenhuge ซึ่งเป็น Traveling commissioner ของภาคพื้นเอเชีย และ Miss Marie de Figuredo ผู้ฝึกจากฮ่องกง มาช่วยฝึกเยาวสตรีเป็นผู้จัดกิจกรรม (หัวหน้าหมวด) Girl Guides ที่สมาคมสตรีอุดมศึกษา ถนนรองเมือง ผู้รับการฝึกส่วนใหญ่ คือ นิสิตและนักศึกษามหาวิทยาลัย จำนวน 20 คน สมาชิกกลุ่มแรกนี้สอบผ่านและปฏิญาณตนเมื่อเดือน มีนาคม 2500 จำนวน 18 คน ผู้รับปฏิญาณตน คือ Miss Helen Mc Swinny ต่อมาผู้ที่ได้รับการฝึกเป็นหัวหน้าหมวด Girl Guides ได้เปิดหมวดสมาชิก Girl Guides หมวดแรก คือ กลุ่มผู้บำเพ็ญประโยชน์ของสโมสรปรียา และสมาชิกกลุ่มแรก เป็นผูลงคะแนนเสียงให้เรียก Girl Guides ว่า “ผู้บำเพ็ญประโยชน์” เพราะเห็นว่าเป็นชื่อที่แสดงความหมายที่เข้าใจ คณะอนุกรรมการได้มีโอกาสเข้าเฝ้ากรมหมื่นนราธิปพงศ์ประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรีในสมัยนั้น ได้ขอประทานข้อคิดเห็นถึงชื่อว่าอย่างใดจะเหมาะสมกับเรื่องราวดีอยู่แล้ว
…….นอกจากตั้งชื่อแล้ว สมาชิกกลุ่มแรกยังเป็นผู้ออกแบบเครื่องแต่งกายของผู้บำเพ็ญประโยชน์ด้วย โดยถือคะแนนเสียงข้างมากเป็นเกณฑ์ เครื่องแบบที่ยังคงยึดถืออยู่จนถึงปัจจุบัน คือ เสื้อสีฟ้าอมเทา สวมหมวกเบเร่ต์สีกรมท่า มีตราสมาคมสีแดงติดหน้าหมวก เข็มขัดหนังสีดำ หัวเข็มขัดมีตราสมาคมอยู่ตรงกลาง
เนื่องจากสมาคมสตรีอุดมศึกษา เป็นสมาชิกสหพันธ์สมาคมสตรีอุดมศึกษาระหว่างประเทศ จำเป็นต้องมีกฎพิเศษ และกฎข้อหนึ่ง คือ สมาชิกของสมาคมสตรีอุดมศึกษาจะต้องเป็นผู้จบปริญญาตรี หรือผ่านการเรียนระดับอุดมศึกษาอย่างน้อย 2 ปี จึงเห็นว่าถ้าจะให้กลุ่มผู้บำเพ็ญประโยชน์ได้มีการขยายกิจการให้กว้างขวาง จะต้องมีสมาชิกเพิ่ม และสมาชิกส่วนมาก คือ บุคคลทั่วไปซึ่งไม่ได้ผ่านการศึกษาขั้นปริญญา อีกประการหนึ่ง การที่องค์การผู้บำเพ็ญประโยชน์แต่ละประเทศจะเป็นสมาชิกองค์การผู้บำเพ็ญประโยชน์แห่งโลก จำเป็นต้องยึดหลักการในข้อหนึ่งนั้น คือองค์การต้องเป็นอิสระ อนุกรรมการขณะนั้นจึงมีมติให้แยก “กลุ่มผู้บำเพ็ญประโยชน์” จากสมาคมสตรีอุดมศึกษาและตั้งเป็นสมาคมโดยเอกเทศขึ้น โดยใช้ชื่อว่า สมาคมผู้บำเพ็ญประโยชน์แห่งประเทศไทย (THE GIRL GUIDES ASSOCIATION OF THAILAND

รายนามคณะกรรมการผู้ริเริ่มก่อตั้งสมาคมผู้บำเพ็ญประโยชน์แห่งประเทศไทย
1. นางสาวกนก สามเสน
2. คุณหญิงดุษฎี มาลากุล
3. นางสาวนิลวรรณ ปิ่นทอง
4. นางสุภัทรา สิงหลกะ
5. นางสาวดวงเดือน พิศาลบุตร
6. นางชลอจิต ดุลยกนิษฐ์
7. นางยีน ศรีจันทร์
8. นางสาวบรรจบ พันธุเมธา
9. นางสาวรัญจวน อินทรกำแหง
10. นางเทวี รัชตานนท์

รายนามนายกสมาคมผู้บำเพ็ญประโยชน์แห่งประเทศไทย
1. ท่านผู้หญิงดุษฎี มาลากุล พ.ศ. 2501-2103
2. แพทย์หญิงอรวรรณ คุณวิศาล พ.ศ. 2504-2506
3. ศาสตรจารย์ คุณหญิงสุภาพ วิเศษสุรการ พ.ศ. 2507-2508
4. คุณหญิงบุญเกื้อ เบ็ญจกาญจน์ พ.ศ. 2510-2512
5. นางโขมพัตร เรืองศุข พ.ศ. 2513-2516
6. คุณถนอมจิตต์ หุตะสิงห์ พ.ศ. 2517-2520
7. คุณหญิงสุคนธ์ ชลออยู่ พ.ศ. 2521-2524
8. นางอัมพร กุลสิริสวัสดิ์ พ.ศ. 2525-2526
9. คุณหญิงสุคนธ์ ชลออยู่ พ.ศ. 2527-2530
10.คุณหญิงกนก สมาเสน วิล พ.ศ. 2531-2535
11.นางยาใจ อ่อนน้อมพันธุ์ พ.ศ. 2536-2541
12.นางสมถวิล บุณโยปัษฎัมภ์ พ.ศ. 2542-2545
13.ผ.ศ.ทิพยวัลย์ สมุทรักษ์ พ.ศ. 2542-2548
14.รศ.วดี เขียวอุไร พ.ศ. 2550 – ปัจจุบัน

 

 

กิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ (Girl Guides)

…….กิจกรรมผู้บำเพ็ญประโยชน์ เป็นกิจกรรมอาสาสมัครสำหรับเด็กผู้หญิงและสตรีที่สนใจ โดยไม่จำกัดเชื้อชาติ วรรณะ และศาสนา เป็นกิจกรรมสำหรับฝึกเยาวสตรีให้เป็นผู้หญิงที่เก่ง ดี และมีประโยชน์ต่อสังคม ตามหลักการที่ Lord Baden Powell ผู้ก่อตั้งกิจการลูกเสือและผู้บำเพ็ญประโยชน์ได้กำหนดไว้ ซึ่งถือเป็นวิสัยทัศน์ของผู้บำเพ็ญประโยชน์ และทำให้เด็กผู้หญิงและเยาวสตรีสามารถพัฒนาศักยภาพของตนเองได้สูงสุด ในการเป็นพลเมืองดี มีความรับผิดชอบต่อสังคม ตามพันธกิจของกิจกรรมผู้บำเพ็ญประโยชน์ กิจกรรมผู้บำเพ็ญประโยชน์ได้รับเลือกให้เป็นกิจกรรมหนึ่งในกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพึ้นฐานพุทธศักราช 2544 ปัจจุบัน กิจกรรมผู้บำเพ็ญประโยชน์ มีสมาชิกกว่า 1 ล้านคน ทั่วประเทศ ซึ่งมีทั้งสมาชิกนอกโรงเรียนและสมาชิกที่อยู่ในโรงเรียนต่าง ๆ
…….สมาคมผู้บำเพ็ญประโยชน์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์ The Girl Guide Association of Thailand Under The Patronage of Her Majesty The Queen (GGAT) เป็นองค์กรเอกชนที่ทำงานเพื่อการพัฒนาเด็กผู้หญิงและเยาวสตรีให้เป็นผู้ที่เก่ง ดี และมีประโยชน์ต่อสังคม สมาคมผู้บำเพ็ญประโยชน์ฯ เป็นองค์กรสมาชิกขององค์การผู้บำเพ็ญประโยชน์แห่งโลก The World Association of Girl Guides and Girl Scouts (WAGGGS) ซึ่งเป็นองค์กรสตรีที่ใหญ่ที่สุดในโลก ที่มีสมาชิกทั่วโลก 144 ประเทศ และมีสมาชิกกว่า 10 ล้านคน

…….. คำว่า  “บำเพ็ญประโยชน์” หมายความว่า “ผู้ที่ฝึกฝนตนเองให้พร้อมที่จะนำและช่วยเหลือผู้อื่นเสมอ” มาจากภาษาอังกฤษว่า “GUIDE” แปลว่าผู้นำทาง หมายถึงผู้ที่ฝึกตนเองให้พร้อมที่จะช่วยเหลือคนเดินทาง โดยการฝึกทักษะต่างๆ ทั้งร่างกาย สติปัญญา อารมณ์และสังคม

1.1 วัตถุประสงค์ของการฝึกผู้บำเพ็ญประโยชน์
เพื่อให้เด็กผู้หญิงและเยาวสตรี
1.มีอุปนิสัยที่ดีตามแนวทางของคำปฏิญาณและกฎ
2.มีทักษะชีวิตที่เหมาะสมกับสังคมในปัจจุบันและอนาคต
3.เป็นผู้นำที่ดีในระบอบประชาธิปไตย
4.รู้จักช่วยเหลือผู้อื่น และบำเพ็ญตนให้เป็นประโยชน์ต่อสังคม

1.2 ขอบข่ายการพัฒนา
ในการฝึกจะต้องให้สมาชิก ได้รับการพัฒนาทุกด้าน คือ
1.ร่างกาย (Physical)
2.อารมณ์ (Emotional)
3.สังคม (Social)
4.สติปัญญา (Intellectual)
5.จิตใจ (Spiritual)
6.คุณธรรม (Moral )

1.3 การใช้วิธีการของผู้บำเพ็ญประโยชน์ในการฝึกสมาชิก (Methods)
…….กิจการผู้บำเพ็ญประโยชน์ Girl Guiding/Girl Scouting เป็นกิจการหรือกระบวนการ(Movement) กิจการผู้บำเพ็ญประโยชน์ จึงมีลักษณะที่แตกต่างไปจากกิจการขององค์กรเยาวชนอื่น ๆ โดยใช้ วิธีการของผู้บำเพ็ญประโยชน์ ซึ่งวิธีการของผู้บำเพ็ญประโยชน์เป็นแนวทางในการทำงานเพื่อเพิ่มพูนการพัฒนาเด็กผู้หญิงและเยาวสตรี ให้มีความยืดหยุ่นมากขึ้น (Flexible) มีโอกาสเท่ากันในการพัฒนาตนเองให้ก้าวหน้า มีการบำเพ็ญประโยชน์ต่อชุมชน มีความรู้ความซาบซึ้ง และเป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติ วิธีการนี้ช่วยให้หัวหน้าหมวดและสมาชิกสามัญ พัฒนาเด็กผู้หญิงและเยาวสตรีให้พัฒนาศักยภาพของตนเองได้สูงสุด ในฐานะเป็นพลเมืองโลกที่มีความรับผิดชอบตามพันธกิจ ท่านลอร์ด เบเดน โพล ผู้ก่อตั้งได้กล่าวไว้ว่า วิธีการของผู้บำเพ็ญประโยชน์ คือ แนวทางที่มีลักษณะเฉพาะในการพัฒนาเยาวชนที่แตกต่างไปจากวิธีของกิจการอื่น โดยมีรายละเอียด ดังนี้

1. ยึดมั่นในคำปฏิญาณและกฎ
…….คำปฏิญาณและกฎ คือหัวใจของกิจการผู้บำเพ็ญประโยชน์ เป็นปรัชญาชีวิตของสมาชิกผู้บำเพ็ญประโยชน์ทุก ๆ คน หลักการของกิจการผู้บำเพ็ญประโยชน์ สามารถแสดงให้เห็นได้หลายวิธี เป็นการรวมความเข้าใจในคำปฏิญาณ และกฎแต่ละข้อ สมาชิกแต่ละคนยอมรับและยึดมั่นด้วยความสมัครใจที่จะใช้ชีวิต ตามหลักการพื้นฐานของผู้บำเพ็ญประโยชน์ และรับมาเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิต

2. ระบบหมู่ (The Patrol System)
…….ระบบหมู่ ทำให้หัวหน้าหมวดทำงานด้วยกันภายใต้ภาวะผู้นำของแต่ละคน และของสมาชิกในหมู่ คุณลักษณะหลักของระบบหมู่ คือการส่งเสริมให้สมาชิกเรียนรู้ซึ่งกันและกัน นำซึ่งกันและกัน และจัดสิ่งแวดล้อมให้ทุกคนได้แสดงบทบาท และความรับผิดชอบร่วมกัน เป็นการจัดโอกาสทางการศึกษา ได้แก่ การเข้าไปร่วมส่งเสริม Team spirit การร่วมมือ การมอบและแบ่งปันความรับผิดชอบ พัฒนาทักษะความเป็นประชาธิปไตย รวมทั้งวิธีการตัดสินใจด้วย

3. การเรียนรู้โดยการลงมือทำ (Learning by doing)
…….การลงมือทำสิ่งต่าง ๆ ด้วยตนเอง เป็นการส่งเสริมการเรียนรู้จากประสบการณ์ ก่อให้เกิดการเรียนรู้ที่ชัดเจน ทั้งการทำผิดและทำถูก ทำให้มีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงด้วยตนเอง มีการริเริ่มทำสิ่งใหม่ มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ด้วยตนเอง ฝึกให้มีความพยายามและเพิ่มพูนความสามารถด้วยตนเอง ได้มากกว่าการไปรับฟัง หรือสังเกตการณ์เท่านั้น

4. การพัฒนาตนเองให้ก้าวหน้า (Progressive Development)
…….การจัดโปรแกรมแก่เยาวสมาชิก เป็นการจัดเพื่อให้พัฒนาสมาชิกแต่ละคนให้ก้าวหน้า สร้างโอกาสให้มีการทำสิ่งใหม่ ๆ ที่ท้าทายความสามารถของตนเอง สมาชิกมีสิทธิที่จะเลือกและตัดสินใจด้วยตนเอง

5.ความร่วมมือระหว่างผู้ใหญ่และเด็ก (Active Co-operation between Youths and Adults)
…….ความร่วมมือระหว่างผู้ใหญ่และเด็ก เป็นความร่วมมือทั้งในด้านความคิดและการวางแผนการตัดสินใจ การดำเนินกิจกรรม และการประเมินผลร่วมกัน ความร่วมมือนี้ตั้งอยู่บนพื้นฐานของการส่งเสริมให้คนรุ่นเยาว์ ให้ก้าวหน้าในการพัฒนาตนเอง และมีความเข้าใจในหน้าที่รับผิดชอบ การส่งเสริมให้คนรุ่นเยาว์ให้ก้าวหน้าในการพัฒนาตนเอง และมีความเข้าใจในหน้าที่รับผิดชอบ

6.การใช้สัญลักษณ์ร่วมกัน (Symbolism)
…….สัญลักษณ์ คือ สิ่งที่ทำให้สมาชิกทุกคนรู้สึกว่าเป็นหนึ่งเดียวกัน มีความเป็นเจ้าของและมีความสามัคคีกัน สัญลักษณ์ของ
ผู้บำเพ็ญประโยชน์ คือ เครื่องหมาย เครื่องแบบ คำปฏิญาณและกฎ คติพจน์ ธง เป็นต้น

7.กิจกรรมกลางแจ้ง (Outdoor activities)
…….กิจกรรมกลางแจ้ง หรือกิจกรรมนอกอาคารสถานที่มีคุณค่าต่อการสร้างความเชื่อมั่นในตนเอง การตระหนักรู้ คุณลักษณะของตนเอง ทำให้คนเรามีจิตใจที่เข้มแข็งขึ้น เป็นการส่งเสริมให้ตนเอง มีการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ มีการร่วมมือ และประสานกันเป็นทีม

8 การบำเพ็ญประโยชน์ต่อชุมชน
…….การทำงานกับชุมชน จะช่วยส่งเสริมสำนึกในการเป็นส่วนหนึ่งของสังคม ที่ทุกคนมีส่วนร่วมกัน รับผิดชอบต่อโลกและสังคมที่เราอาศัยอยู่ ให้โอกาสเรียนรู้และเข้าใจ และยอมรับนับถือวิถีชีวิตและวัฒนธรรมที่แตกต่างกัน

9.ประสบการณ์นานาชาติ (International Experiences)
…….กิจกรรมผู้บำเพ็ญประโยชน์เป็นกิจการที่มีการเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา (Movement) การส่งเสริมความนับถือ
ผู้อื่นและความอดทนต่อผู้อื่น ความรับผิดชอบต่อโลกที่อาศัยอยู่ การศึกษาเรื่องนานาชาติ เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับผู้บำเพ็ญประโยชน์ โดยการเรียนรู้เกี่ยวกับตนเองทั้งด้านวัฒนธรรมและศาสนา ผู้บำเพ็ญประโยชน์จะได้รับความรู้ความเข้าใจ และยอมรับความแตกต่างของวิธีคิด การดำเนินชีวิต และการมีเพื่อที่มีภูมิหลังที่แตกต่างกัน ผู้บำเพ็ญประโยชน์สามารถพัฒนาความรู้สึกในความรับผิดชอบ และความรู้ของการพึ่งพาอาศัยกัน และการอยู่ร่วมกับผู้อื่น ดังนั้นจึงมีความจำเป็นที่จะต้องเตรียมประสบการณ์นานาชาติให้ผู้บำเพ็ญประโยชน์ได้เข้าใจในเรื่องขนบธรรมเนียมประเพณี (Custom) ของวัฒนธรรมอื่น ๆ เพื่อลดข้อขัดแย้ง ให้ได้มีโอกาสแบ่งปัน และวิเคราะห์ประสบการณ์ที่มี และสนับสนุนให้นำประสบการณ์เหล่านี้ไปใช้ในชีวิตประจำวันต่อไป

คำอธิบายรายวิชา กิจกรรมผู้บำเพ็ญประโยชน์

คำอธิบายรายวิชา

กิจกรรมผู้บำเพ็ญประโยชน์ ( บพ 401 ) ภาคเรียนที่ 1 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4

ส่งเสริม สนับสนุน ศึกษาเกี่ยวกับกิจการผู้บำเพ็ญประโยชน์ ฝึกทักษะต่างๆ ให้เป็นผู้ช่วยเหลือผู้อื่นเสมอ แสดงความเมตรตากรุณาเพื่อให้ไปบำเพ็ญประโยชน์ต่อครอบครัว ชุมชน และสังคม เป็นพลเมืองที่ดี
มีความรับผิดชอบด้ายความเต็มใจ ปฏิบัติตามกฎ คำปฏิญาณ และกฎของผู้บำเพ็ญประโยชน์ โดยกระบวนการของระบบหมู่

จุดประสงค์การเรียนรู้

กิจกรรมผู้บำเพ็ญประโยชน์ จำนวน 20 ชั่วโมง/ภาคเรียน
———————————————————————————————————–
1. ฝึกทักษะต่าง ๆ ให้เป็นผู้ช่วยเหลือผู้อื่นเสมอได้
2. แสดงความเมตรตากรุณา บำเพ็ญประโยชน์ต่อครอบครัว ชุมชน สังคมได้
3. ฝึกฝนตนเองให้เป็นพลเมืองที่ดี มีความรับผิดชอบได้
4. ปฏิบัติหน้าที่ที่ดีต่อตนเอง ครอบครัว โรงเรียน ชุมชน ประเทศชาติด้ายความเต็มใจได้
5. ศึกษา จดจำ ปฏิบัติตนตามกฎ คำปฏิญาณ และกฎของ ผู้บำเพ็ญประโยชน์ ได้

หน่วยการเรียนรู้

1. การบำเพ็ญประโยชน์ (Giving Service)
2 การเป็นพลเมืองดี (Citzenship)

เนื้อหา

– ความรู้เรื่องผู้บำเพ็ญประโยชน์
– การจัดหมวดหมู่ของผู้บำเพ็ญประโยชน์
– ระบบหมู่
– คำปฏิญาณของผู้บำเพ็ญประโยชน์
– กฎของผู้บำเพ็ญประโยชน์
– คติพจน์และคำขวัญของผู้บำเพ็ญประโยชน์
– ระเบียบแถวของผู้บำเพ็ญประโยชน์
– สัญญาณมือ สัญญานกหวีด
– การเปิดชุมนุมผู้บำเพ็ญประโยชน์
– การแสดงรหัส การจับมือทักทายและการแสดงความเคารพของผู้บำเพ็ญประโยชน์

 

กิจกรรมผู้บำเพ็ญประโยชน์

สวัสดีค่ะคุณครู – นักเรียนกิจกรรมผู้บำเพ็ญประโยชน์ เมื่อโรงเรียนเริ่มต้นเปิดกิจกรรมผู้บำเพ็ญประโยชน์ ระดับ ม.ปลาย อีกครั้งหลังจากปีที่แล้วมีกิจกรรมเนตรนารีมาร่วมด้วย (ภาคเรียนที่ 1 /2557 ) เพื่อให้นักเรียน และครู ได้มีแหล่ง ค้นคว้า เกี่ยวกับกิจกรรมผู้บำเพ็ญประโยชน์ เป็นแนวทางจัดกิจกรรมให้สำเร็จ และบรรลุเป้าหมาย ต่อไป ดิฉันจึงได้จัดทำแหล่งเรียนรู้นี้ขึ้นมาเพื่อให้ “กิจกรรมผู้บำเพ็ญประโยชน์” ได้มีแหล่งเรียนรู้และ จัดการเรียนการสอนได้อย่างราบรื่นต่อไป

ขอขอบคุณทุกท่านที่แวะมาเยี่ยมชม

พิมพ์พร  ดวงตา

ครูชำนาญการพิเศษ โรงเรียนกุดชุมวิทยาคม