กฎ คำปฏิญาณ คติพจน์ของผู้บำเพ็ญประโยชน์

คำปฏิญาณของผู้บำเพ็ญประโยชน์
1.ข้าพเจ้าจะปฏิบัติหน้าที่อันพึงมีต่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2. ข้าพเจ้าจะช่วยเหลือผู้อื่นเสมอ
3.ข้าพเจ้าเชื่อและจะปฏิบัติตามกฎของคณะผู้บำเพ็ญประโยชน์

ข้าพเจ้าจะปฏิบัติหน้าที่อันพึงมีต่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
– หน้าที่ต่อชาติ
ผู้บำเพ็ญประโยชน์จะต้องช่วยกันป้องกันประเทศให้พ้นจากการรุกรานของศัตรู ช่วยส่งเสริมประเทศให้เจริญรุ่งเรือง ทั้งนี้ด้วยการปฏิบัติหน้าที่ของตนโดยการเป็นพลเมืองดีของประเทศ เคารพกฎหมายบ้านเมืองเช่น กฎจราจร เป็นต้น
– หน้าที่ต่อศาสนา
ผู้บำเพ็ญประโยชน์ควรจะมีศาสนาเป็นหลักในการดำเนินชีวิต เพราะหลักของศาสนาทุกศาสนา มีจุดมุ่งหมายให้ทุกคนเป็นคนดี ทำความดี ละเว้นความชั่ว ดังนั้นสมาชิกทุกคนควรมีหลักในการดำเนินชีวิตโดยการปฏิบัติตามคำสั่งสอนของศาสนาที่ตนนับถืออย่างเคร่งครัด
– หน้าที่ต่อพระมหากษัตริย์
พระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุขของประเทศ ผู้บำเพ็ญประโยชน์ จึงต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยการแสดงความจงรักภักดี เทิดทูนพระเกียรติและดำรงตนตามพระบรมราโชวาทที่ทรงประทานแด่พสกนิกรเป็นประจำในโอกาสต่าง ๆ อยู่เสมอ

ข้าพเจ้าจะช่วยเหลือผู้อื่นเสมอ
ผู้บำเพ็ญประโยชน์ควรหาโอกาสที่จะช่วยเหลือผู้อื่นตามกำลัง และความสามารถโดยไม่คิดหวังสิ่งตอบแทน จงรู้จักเป็นผู้ให้มากกว่าการรอรับจากผู้อื่น ดังนั้นจึงควรปฏิบัติตนให้เป็นผู้มีน้ำใจ และช่วยเหลือผู้อื่นอยู่เสมอ
ข้าพเจ้าเชื่อและจะปฏิบัติตามกฎของคณะผู้บำเพ็ญประโยชน์
ผู้บำเพ็ญประโยชน์มีกฎซึ่งเปรียบได้กับหลักในการดำเนินชีวิต 10 ประการ ดังนั้นหากสมาชิกยอมรับในกฎทั้ง 10 ข้อของผู้บำเพ็ญประโยชน์ และพร้อมที่จะปฏิบัติตนตามกฎดังกล่าว สมาชิกผู้นั้นจะเจริญเติบโตเป็นคนที่สมบูรณ์ เป็นที่รักของผู้พบเห็นและมีเสน่ห์ในตนเอง

4.2 กฎของผู้บำเพ็ญประโยชน์
ข้อ 1 ทำตนให้เป็นที่เชื่อถือและไว้วางใจได้
ข้อ 2 ซื่อสัตย์
ข้อ 3 ทำตนให้เป็นประโยชน์และช่วยเหลือผู้อื่นเสมอ
ข้อ 4 เป็นมิตรกับคนทั้งหลายและถือเป็นพี่เป็นน้องกับผู้บำเพ็ญประโยชน์ร่วมคณะ
ข้อ 5 สุภาพอ่อนน้อม
ข้อ 6 เมตตากรุณาต่อสัตว์
ข้อ 7 เชื่อฟังและปฏิบัติตามคำสั่ง
ข้อ 8 อดทนต่อความยากลำบากด้วยใจร่าเริง
ข้อ 9 มัธยัสถ์
ข้อ 10 สุจริตพร้อมกายวาจาใจ
สมาชิกผู้บำเพ็ญประโยชน์ได้ยึดถือกฎทั้ง 10 ข้อ เป็นหลักในการดำเนินชีวิตที่ถูกต้องเพื่อช่วยให้บรรลุเป้าหมายที่ตนประสงค์ จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่สมาชิกทุกคนควรเข้าใจความหมายของกฎทั้ง 10 ข้อ ดังนี้

1. ทำตนให้เป็นที่เชื่อถือและไว้วางใจได้
สมาชิกผู้บำเพ็ญประโยชน์เป็นผู้ที่เชื่อถือและวางใจได้ ผู้บำเพ็ญประโยชน์ลั่นวาจาไปอย่างใด ใคร ๆ ก็ย่อมเชื่อว่าจริงหรือรับว่าจะทำสิ่งใดก็ต้องปฏิบัติอย่างดีที่สุดและให้สำเร็จตามที่ได้รับมอบหมาย
2. ซื่อสัตย์
ผู้บำเพ็ญประโยชน์เป็นผู้ที่จงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์ ต่อชาติบ้านเมือง ต่อบิดา มารดา ครูอาจารย์ ตลอดจนหัวหน้าหมวดและผู้บำเพ็ญประโยชน์ร่วมคณะ และผู้ที่อยู่เหนือและใต้บังคับบัญชาทั้งที่บ้านและที่โรงเรียน
3. ทำตนให้เป็นประโยชน์และช่วยเหลือผู้อื่นเสมอ
ผู้บำเพ็ญประโยชน์ต้องพร้อมที่จะช่วยเหลือผู้อื่นเสมอ แม้ว่าบางครั้งจะต้องเสียสละความสุขของตนเอง อาจต้องเสี่ยงอันตรายเพื่อช่วยเหลือผู้อื่นก็ต้องกระทำ ในกรณีที่เกิดสงสัยว่าควรจะทำการสิ่งใดก็ควรตั้งคำถามถามตัวเองว่า “ อะไรที่เป็นสิ่งที่ดีที่สุดต่อผู้อื่น” และปฏิบัติตามสิ่งนั้น
4. เป็นมิตรกับคนทั้งหลายและถือเป็นพี่เป็นน้องกับผู้บำเพ็ญประโยชน์ร่วมคณะ
ไม่ว่าสมาชิกผู้บำเพ็ญประโยชน์ชาติใด ศาสนาใดก็ตามเมื่อพบผู้บำเพ็ญประโยชน์ต่างถิ่น ควรทักทายก่อน และให้ความช่วยเหลือเท่าที่จะช่วยได้ เพราะเราถือว่าสมาชิกผู้บำเพ็ญประโยชน์ทุกคนเป็นพี่น้องกันเพราะเรายึดมั่นในอุดมคติและหลักการเดียวกัน
5. สุภาพอ่อนน้อม
ผู้บำเพ็ญประโยชน์จะต้องเป็นผู้ที่มีกิริยาดี คือ สุภาพอ่อนน้อมกับคนทั่วไปโดยเฉพาะผู้ที่อาวุโสและอ่อนแอกว่า
6. เมตตากรุณาต่อสัตว์
ผู้บำเพ็ญประโยชน์จะต้องระลึกไว้เสมอว่าสัตว์ทุกชนิดเป็นสิ่งมีชีวิตเช่นเดียวกับมนุษย์ฉะนั้นควรจะเลี้ยงดูให้ดีตามสมควร มีเมตตากรุณาต่อสัตว์ทุกชนิด
7. เชื่อฟังและปฏิบัติตามคำสั่ง
ทั้งของบิดา มารดา ครูอาจารย์ ตลอดจนหัวหน้าหมู่ หัวหน้าหมวดโดยทันที แม้ว่าจะได้รับคำสั่งในสิ่งที่ไม่ชอบ ผู้บำเพ็ญประโยชน์ต้องปฏิบัติตามด้วยความหน้าชื่นตาบานและเต็มใจเสมอ
8. อดทนต่อความยากลำบากด้วยใจร่าเริง
ผู้บำเพ็ญประโยชน์ควรจะทำใจให้ร่าเริงและยิ้มแย้มอยู่เสมอ แม้จะเหนื่อยยากลำบากเพียงใดก็ตาม ความลำบากและความทุกข์ทั้งหลายก็จะเบาบางลง
9. มัธยัสถ์
ผู้บำเพ็ญประโยชน์จะต้องระมัดระวังทรัพย์สมบัติของตนเองและผู้อื่น รู้จักจับจ่ายใช้สอย และเก็บหอมรอมริบ นอกจากนี้ผู้บำเพ็ญประโยชน์จะต้องรู้จักประหยัดเวลา โดยใช้เวลาให้คุ้มค่าที่สุด
10. สุจริตพร้อมกาย วาจา ใจ
ผู้บำเพ็ญประโยชน์ต้องไม่ทำลายและคิดร้ายต่อผู้อื่น แม้แต่การพูดจา ไม่ใช้คำหยาบหรือทำให้บิดามารดาหรือผู้ปกครองหรือผู้อื่นได้รับความอับอาย

4.3 คติพจน์และคำขวัญของผู้บำเพ็ญประโยชน์

คติพจน์ของผู้บำเพ็ญประโยชน์

เตรียมพร้อมเสมอ มีความหมายว่า เราต้องเตรียมตัวให้พร้อมเพื่อที่จะเผชิญเหตุการณ์ต่างๆ อันอาจเกิดได้ทุกโอกาส โดยพยายามเรียนรู้สิ่งที่เป็นประโยชน์ทั้งต่อตนเองและผู้อื่น และเตรียมของใช้บางอย่างที่จำเป็นติดตัวไว้เสมอ เช่น เตรียมเงินติดตัวไปพอที่จะใช้โทรศัพท์เมื่อจำเป็น มีกระดาษ ดินสอที่จะจดข้อความยามฉุกเฉิน และมีหมายเลขโทรศัพท์ของบุคคลหรือหน่วยงานต่างๆ กรณีเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน

คำขวัญของสมาชิกผู้บำเพ็ญประโยชน์

สมาชิกผู้บำเพ็ญประโยชน์ทั่วโลกต่างพยายามทำความดีทุกอย่าง อย่างน้อยวันละ 1 ครั้งการทำความดี คือ การที่เราทำอย่างใดอย่างหนึ่งเป็นพิเศษนอกเหนือจากหน้าที่ประจำ

Posted on 4 สิงหาคม, 2014, in กิจกรรมผู้บำเพ็ญประโยชน์. Bookmark the permalink. ใส่ความเห็น.

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: